#ATP30 #ทันหุ้น – ATP30 ต่อยอดบริการใหม่ เปิด AQS (A Quick Service) ลุยซ่อมบำรุง พร้อมรับส่งนักท่องเที่ยว ทุ่มงบลงทุน 180 ล้านบาท ซื้อรถบัสอีวีเพิ่ม 30 คัน ขยายสถานีชาร์จ 3 จุด ดันเป้าพอร์ตรถไฟฟ้า แตะ 150 คัน ภายในปี 71 โบรกมองบวกประเมินราคาเหมาะสม 1.38 บาท แนะนำ “ซื้อ” ชี้ปันผลน่าสนใจ

 

นายปิยะ  เตชากูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) หรือ ATP30 เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทมีแผนเพิ่มบริการและโซลูชันใหม่ต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดบริการ AQS (A Quick Service) ให้บริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่แก่ลูกค้าภายนอก โดยใช้ความเชี่ยวชาญทีมช่างของบริษัท เน้นงานซ่อมบำรุงรถบัสและรถเชิงพาณิชย์ ซึ่งมีดีมานด์ในตลาดค่อนข้างสูง เบื้องต้นคาดว่าจะเห็นสัดส่วนรายได้จากบริการดังกล่าวในปีแรก หรือปี 2569 ราว 5% ของรายได้รวม

 

บริการใหม่

ขณะเดียวกันลูกค้าเริ่มหันมาใช้บริการรับส่งพนักงานระยะสั้น หรือเช่ารถแบบเหมา รายวัน รายเดือน มากขึ้น สะท้อนช่องทางการขยายบริการเพิ่มเติม รวมถึงได้ทดลองให้บริการรับส่งนักท่องเที่ยว หลังภาคท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวและมีแนวโน้มที่ดี โดยคาดว่าปี 2569 จะมีสัดส่วนรายได้จากบริการใหม่นี้ประมาณ 2–3%

สำหรับแผนลงทุนปี 2569 บริษัทตั้งงบไว้ราว 180 ล้านบาท แบ่งเป็น 150 ล้านบาท สำหรับลงทุนรถบัส EV เพิ่ม 30 คัน และอีก 30 ล้านบาท เพื่อขยายสถานีชาร์จเพิ่ม 3 จุด จากเดิม 2 จุด รองรับการขยายพอร์ตโดยรวม ทั้งนี้ตั้งเป้าขยายพอร์ตรถบัสไฟฟ้าแตะ 100–150 คัน ภายในปี 2571 และดันสัดส่วนรายได้จากกลุ่ม EV เพิ่มเป็น 60–70% จากปัจจุบันราว 10% พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีบริหารจัดการเดินรถเพื่อคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งและกระแสเงินสดเติบโตสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ ปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 15% พร้อมเดินหน้าเพิ่มรถบัส EV อย่างน้อย 30 คัน โดยปัจจุบันมีสัญญาในมือแล้ว 14 คัน รวมถึงลงทุนสถานีชาร์จระบบ Solar Roof & Smart Charger เพื่อเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าใช้เองจาก 120 เป็น 240–300 กิโลวัตต์ ช่วยลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถในระยะยาว ปัจจุบันบริษัทมีรถให้บริการรวม ได้แก่ รถพลังงานเชื้อเพลิง รถบัส 300 คัน มินิบัส 45 คัน รถตู้ 390 คัน และรถพลังงานไฟฟ้า (EV) รถบัส 5 คัน มินิบัส 21 คัน

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ระบุถึง ATP30 ว่า ปี 2569 ตั้งเป้าขยายกองรถบัส EV เพิ่มอีก 30 คัน และลงทุนขยายสถานีชาร์จเพิ่มอีก 3 สถานี จากปัจจุบันที่มี 2 แห่ง แม้ทำให้ต้นทุนการลงทุนสูงขึ้น แต่สนับสนุนมาร์จิ้นที่ดีกว่า และมีระยะเวลาคืนทุนสั้นกว่าการใช้รถสันดาป ซึ่งเป็นผลดีในระยะยาว

 

ชูเป้า 1.38 บ.

ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อผลการดำเนินงานที่มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่องและทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยประเมินราคาเหมาะสมอิง Prospect PER ที่ระดับ 15 เท่า และประมาณกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2569 ที่ราว 0.092 บาท คำนวณราคาเหมาะสมได้ 1.38 บาท ซึ่งยังมีอัพไซด์จากราคาปิดล่าสุด ขณะที่คาดการณ์ Dividend Yield ราว 4.2% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

แหล่งที่มา: https://thunhoon.com/atp30-page3-29012026